วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

(สปอย์ลจนจบเรื่อง) รีวิว 殭屍 Rigor mortis คืนชีพผีกัด 2013

       Note 1. อันที่จริงเนื้อหานี้กะว่าจะไปลงที่บล็อกเดิมของผมที่ Exteen แต่ตอนนี้ปิดปรับปรุงชั่วคราว เลยเอามาลงที่นี่แทน
       2. อย่างที่บอก เ้ป็นการเผยเรื่องราวแบบหมดเปลือก ฉะนั้นใครไม่อยากรู้เรื่องก่อน ปิดหน้านี้ไปได้เลย อาจมีแทรกความคิดของตัวเองบ้าง ถ้าไม่ตรงใจก็อย่าว่ากันนะครับ
       3.ชื่อที่ปรากฏในเรื่องอิงจากสำเนียงกวางตุ้ง (Cantonese) ไม่ใช่สำเนียงจีนกลาง
       4.ภาพทุกภาพสามารถกดขยายขนาดใหญ่ได้ถ้ามองไม่ชัด

       "แกคิดว่ามีหอพักไหนบ้างที่ไม่มีผีน่ะหือ ผีน่ะมันสิงอยู่กับที่ดินมาก่อนแล้ว ไม่ใช่ตัวหอเองหรอก ข้าเองอยู่ที่นี่ได้แค่พักหนึ่ง แต่ผีพวกนี้น่ะอาจอยู่มาเป็นร้อยปีแล้ว ข้าตายไปแล้วก็อาจจะสิงอยู่ที่นี่ด้วยก็ได้ ทำความรู้จักกันไว้หน่อยก็ไม่เสียหลายนี่นา"
       .......จากคำพูดของอาจารย์เหยา อดีตนักพรตผู้ซึ่งกลายมาเป็นพ่อครัวประจำอพาร์ทเมนท์

       Rigor mortis เป็นหนังประเภทสยองขวัญสั่นประสาทที่อุทิศให้กับแนวที่เคยดังมากในสมัยก่อน ซึงก็คือแนวผีดิบกองกอยกระโดดดึ๋งๆ ทว่าคราวนี้จะต่างกันออกไปอย่างมาก ใครที่เคยจำเวอร์ชั่นที่หลินเจิ้งอิงเล่นทุกเรื่องได้ก็มักจะนึกไปถึงความฮาหลายๆอย่างในเรื่องที่แทบไม่ต่างไปจากบ้านผีปอบของบ้านเรา คราวนี้อย่าได้คาดหวังแบบนั้นครับ ใครดูคนเดียวในทีมืดจบโดยจิตเป็นปกติได้ถือว่าใจแข็งมาก กำกับโดย Juno Mak อดีตนักแสดงและนักเขียนบท นี่เป็นงานกำกับเรื่องแรกของเขา ร่วมกับ Takashi Shimizu ผู้กำกับและเขียนบทให้หนังสยองขวัญอย่าง จู-อน ฉะนั้นเรื่องนี้ความสยองต้องมาก่อน



       นอกจากนี้ นักแสดงบางคนคนก็มาจากตระกูลเรื่องผีกัดรุ่นเก่าก่อน อย่าง ที่เคยแสดงเป็นศิษย์หลินเจิ้งอิง คนที่เคยถูกผีสาวพาเข้าหอในผีกัดภาคแรก หรือ
ที่มักแสดงเป็นศิษย์น้องของหลินเจิ้งอิงในหลายๆภาค และยังมีตัวหลักๆอีกสองสามคนที่ผมไม่คุ้นตา อย่าง Kara Hui , Richard Ng (คนนี้น่าจะมีส่วนรู้เห็นในหนังรุ่นก่อน เพราะเขาออกมาคอมเม้นท์ว่าภาคนี้เอาความฮา ซึ่งเป็นจุดเด่นในยุคก่อนออกหมด) Hee ching pao , Hoi pang lo และอื่นๆ หากว่าหลินเจิ้งอิงและริคกี้ฮุยไม่ตายไปก่อน เขาต้องได้รับเชิญมาออกหนังเรื่องนี้แน่ๆ

       แม้จะไม่มีความฮา แต่หนังก็ยังคงคอนเซ็ปต์บางอย่างเอาไว้อยู่ เช่น การกลั้นหายใจหลบผี ผีกลัวส่องกระจก เพลงประกอบจากภาคแรก เป็นต้น สิ่งใหม่ๆที่เสริมเข้าไปก็มีเยอะ ทำให้ดึงดูดความน่ากลัวได้อีกมาก เช่นการเติม CG ลงไปในฉาก การเปลี่ยนหน้าตาของผีดิบซะใหม่ แต่งหน้าให้เละกว่าเดิม แสงสีที่ออกจะมืดทึบหรือแดงดำเกือบจะทั้งเรื่อง เทคนิคสโลว์โมชั่นที่แต่งได้ค่อนข้างเนียน และอื่นๆ สรุปคือเป็นการรวมแนวโครงเรื่องเก่าๆ มาจับแต่งใหม่ด้วยเทคโนปัจจุบัน รวมถึงความดราม่าในเนื้อเรื่องที่ไม่ใช่แนวเดิม แบบเอะอะก็เจอผีออกอาละวาด แล้วอาจารย์ก็จัดการให้จบๆไปอย่างงั้น แต่จะมีการเล่าอย่างละเอียดว่าเพราะอะไรถึงได้เกิดผีพรรค์นี้ขั้นมาได้ ความรัก ความแค้น ความกลัว และศาสตร์มืดคือส่วนประกอบหลักของเรื่อง

Anthony chan กับ Chen siu ho และผู้กำกับ Juno mak

       หนังเปิดตัวด้วยฉากตอนท้ายของเรื่อง ภาพของอาจารย์และตัวเอกกับตัวละครอีกตัวนอนล้มระเนระนาดอยู่ในซากปรักหักพัง ยันต์ที่เผาแล้วปลิวไสว เศษหินเศษปูนร่วงลงมาเป็นระยะๆ มีเพลงจากผีกัดภาคแรก (กุ่ยซานเหนียง) เปิดคลออย่างช้าๆไปด้วย....

 天際朗月也不願看
ทิงไจหลองหยัดหยีปั๊ดหยี่นฮอง
ไม่อยากเห็นแสงสว่างบนเส้นขอบฟ้าอีก


明月吐光,陰風吹柳巷
หมิงหยัดโถ่กวง หยำฟังซุยเหลาฮอง
ดวงจันทร์ฉายแสง ลมหยินพัดผ่านดงต้นหลิว
是女鬼覓愛郎
สี่หนุ่ยไกว๋มิกหงอยลอง
เป็นยามที่ผีสาวจะออกหาคู่
誰人願愛,淒厲鬼新娘
สุ่ยหยานหยืนหงอย ไซไหลไกว๋ซานเหลียง
จะมีใครอยากรักผีเจ้าสาวผู้เศร้าโศก
倍伴女鬼,深宵偷拜月光
ผุ่ยบุ๋นหนุ่ยไกว๋ ซามซิวเถาไผหยัดกวง
อยู่กับผีสาว บูชาแสงจันทร์อยู่ลับๆ


明月吐光,冤鬼風裡盪
หมิงหยัดโถ่กวง หยืนไกว๋ฟงหลุยต่ง
ดวงจันทร์ฉายแสง วิญญาณพเนจรไปตามลมหนาว
夜更深霧更寒
เหย่กังซามโมกังฮอน
ยิ่งดึกดื่นค่ำคืน หมอกก็ยิ่งเย็นหนาว
遊魂踏遍,幽靜路上
เหยาหวานตาบพิน เยาจิงหลอเซิง
วิญญาณลอยล่องบนถนนสายเงียบเปลี่ยว
尋覓替身,陰風吹冷月光
ซามมิกไถซ่าน หยำฟังซุยหลางหยัดกวง
ค้นหาร่างสิงสถิต ลมหยินพัดผ่านแสงจันทร์
(อนึ่ง ผมแกะตามเพลง เสียงวรรณยุกต์จริงอาจไม่ใช่แบบนี้ก็ได้)

        จบเพลงแล้ว เปิดคำพูดของตัวเอกที่เล่าเรื่องของตนเอง พร้อมบอกว่าใครบางคนบอกว่าชีวิตของตัวเอกในหนังนั้นมันช่างไร้สาระ ไม่สมเหตุผล แต่ที่จริงแล้ว ชีวิตจริงนั้นมันไร้สาระไม่มีเหตุผลยิ่งกว่า (นี่อาจส่งผลถึงตอนจบของเรื่องด้วย)

        เรื่องมันมีอยู่ว่า Chin Siu ho (รับบทโดย Chin Siu ho คือตัวเองแสดงเป็นตัวเองในเนื้อเรื่อง น่าแปลกที่ว่าทั้งเรื่องไม่มีการเรียกชื่อของตัวเอกเลย) อดีตดารานัดแสดงชื่อดัง ที่ตอนนี้ตกอับ ครอบครัวแยกทางกัน เขาเดินทางมาเข้าพักอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งเขาไม่รู้ตัวเลยว่าจะเจออะไรเข้า แต่เขาไม่แคร์อยู่แล้วด้วยเหตุผลบางอย่าง ระหว่างขึ้นลิฟท์มาก็เจอเด็กผมขาวคนหนึ่ง (ตอนนี้เรื่องยังไม่บอกว่าชื่ออะไร) พออกจากลิฟท์ได้ ทั้งตัวเขาและเด็กก็เดินไปตามระเบียง ห้องที่เขาเข้าพักคือห้องหมายเลข 2442 โดยมีลุงหยิน (รับบทโดย ) ยามคนเดียวของที่นี่มาเปิดประตูให้ ลุงหยินเคาะประตูห้องและจุดธูปไหว้ "เจ้าที่" ในห้อง ก่อนจะกลับออกไป

       Chin Siu ho ตั้งใจจะจบชีวิตด้วยการผูกคอตายในห้อง ขณะที่กำลังจะตายก็เกิดภาพนิมิตในตาของเขา เขาเห็นเหตุการณ์ต่างๆมากมาย อยู่ๆเหตุการณ์ก็ไม่เป็นดังใจ เนื่องจากพัดลมเพดานที่เขาจะใช้แขวนคอ เป็นที่เดียวกับที่เกิดเหตุน่ากลัวเมื่อหลายปีก่อน ผีสาวผู้สิงห้องปรากฎกาย หวังจะใช้ร่างของ Siu ho เป็นที่สิงสถิต บังเอิญก็ปรากฎอาจารย์เหยา (รับบทโดย ) ออกมาช่วยได้ทันเวลา เขาตัดเชือกออก ใช้อาคมกระแทกผีสาวให้ออกจากร่าง เอาร่างของตัวเอกส่องกระจก เผยให้เห็นหน้าตาผี ไล่ผีออกสำเร็จ ตัวเอกก็ยังมีชีวิตอยู่รอดได้ และอาจจะเป็นที่รู้จักของทุกคนตั้งแต่วันแรก เพราะคนในที่พักต่างเข้ามามุงดูกันเกือบหมด มีป้าหมุย (รับบทโดย ) เข้ามาดูใกล้ๆ ขณะที่ลุงเก๋า (Chung Fat) อาจารย์ศาสตร์มืดคอยดูอยู่ห่างๆ

       Siu ho ที่รอดชีวิตมาได้ก็มานั่งซึุมกระทืออยู่ในห้อง ระหว่างนั้นได้ยินเสียก๊อกแก๊กๆ จึงออกมาดู พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งท่าท่างสติไม่ดี (รับบทโดย ) มุมมองที่หญิงสาวเห็นคือแฝดสาวสองคนตายอยู่ในห้อง เธอกำลังนั่งกินเครื่องเซ่นไหว้ผีแฝดอยู่ข้างนอก พอเจอ Siu ho เข้าก็ถอยออกมาพร้อมกับบ่นขอโทษอย่างเสียสติ Siu ho ย้ายไปนั่งซึมกระทือในเขตร้านข้าว ซึ่งมีอาจารย์เหยาเป็นพ่อครัวอยู่ เขาเลี้ยงข้าว Siu ho โดยไม่คิดเงิน 

       ระหว่างที่ Siu ho นั่งนิ่งอยู่ ป้าหมุยก็เข้ามาคุย บอกว่าตนรับเย็บผ้า ถ้ามีเสื้อผ้าอะไรมาก็จะเย็บซ่อมให้ ระหว่างนั้นก็มีเจ๊อ้วนเอาเสื้อมาให้ซ่อม ป้าหมุยยังบอกว่าในห้อง 2442 เนี่ยมีอะไรบางอย่างอยู่นะ Siu ho บอกว่าไม่เชื่อ ป้ามุ้ยว่างั้นก็ดีแล้ว พร้อมกับถอยออกมา ฉากตัดไปที่ป้าหมุยกำลังเย็บชุนเสื้อ โดยใช้สามีตัวเองนามว่าลุงตุงเป็นหุ่นลองเสื้อ ต่อมาลุงตุงออกไปข้างนอก ก็เกิดอุบัติเหตุตกบันได ชะตากรรมของเขาจะเป็นอย่างไรยังไม่ทราบได้

       ฉากตัดมาที่ Siu ho กับอาจารย์เหยานั่งคุยกัน Siu ho ชมว่าทำกับข้าวอร่อย อาจารย์เหยาจึงว่าชมแบบนี้มีจุดประสงค์อะไร Siu ho จึงว่าแค่สงสัยว่าทำไมถึงทำอร่อย อาจารย์ก็หยิบเอาข้าวเหนียวสารออกมา พลางเล่าว่าบรรพบุรุษสมัยก่อนจำเป็นต้องมีข้าวเหนียวติดตัว และข้าวเหนียวก็ไม่ได้มีดีแค่ทำกับข้าวกิน Siu ho ก็ว่าเอาไว้ปราบผีล่ะสิ จารย์เหยาบอกว่ารู้ด้วยนี่ พร้อมกับเล่าว่านักพรตสมัยก่อนมักจะมีความสัมพันธ์อันดีกับร้านขายข้าว สมัยนั้นข้าวเหนียวมีค่ามากๆ ต่อมาในยุคหลังๆผีดิบจู่ๆก็หายไปหมด นักพรตเก่งๆหลายคนก็ต้องตกงาน หลายคนจึงผันตัวมาเป็นพ่อครัว อาจารย์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น

       เปลี่ยนฉากอีกครั้ง ป้าหมุยเย็บเสื้ออยู่ก็เผลอหลับไป ฝันเห็นลุงตุงนอนตัวเย็นไม่สบายอยู่บนเก้าอี้โยก แล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา พร้อมๆกับฉากเผยให้เห็นศพลุงตุงจมกองเลือดอยู่ ป้าหมุยไปหาลุงเก๋า อาจารย์ศาสตร์มืดเพื่ออะไรบางอย่าง แล้วก็กลับมาห้องพร้อมของเยอะแยะ ระหว่างทางพบยามหยินเข้า ป้าจึงบอกว่าลุงทุงไม่อยู่หอ กลับบ้านไปก่อน เขากำลังจะกลัยมาแล้วนะ เลยซื้อของมาเตรียมทำของให้เขากินน่ะ พูดจบก็แยกย้ายกันไป

       ป้าหมุยกลับถึงห้อง ก็ไล่เด็กผมขาว (ที่เจอตอนต้นเรื่อง) ออกไป ป้าเรียกเขาว่าเสี่ยวปัก ต่อไปนี้ไม่ต้องมาเล่นที่ห้องนี้อีกแล้ว ต่อไปก็ตัดฉากที่ยามหยินไปเจอกองเลือดขนาดใหญ่ มีฟันโลหะตกอยู่หนึ่งซี่ ด้านเสี่ยวปัก เด็กผมขาวก็เดินเข้าไปฉี่ที่ห้อง 2442 ซึ่งเป็นห้องของ Siu ho ในตอนนี้ Siu ho มาเจอเข้า เสี่ยวปักก็ขโมยแว่นแล้ววิ่งออกไปวึ่งๆหน้า ทิ้งสมุดภาพระบายสีเอาไว้ ข้างในวาดภาพผีแขวนคอบ้าง ศพโดนฝังดินบ้าง

      ตัดฉากมาที่ป้าหมุยกำลังทำกระบวนการถนอมศพของลุงตุงตามวิธีที่ลุงเก๋าได้บอกมา เก็บศพในโลงแขวนไว้ในที่มืด ใช้เลือดกาแทนเลือดไก่ เอาศพมาทำพิธี พอทำเสร็จลุงเก๋าบอกให้รอจนเจ็ดวัน แล้วลุงตุงจะคืนชีพ ถ้าไม่ได้ผลก็มีอีกวิธีอยู่ แต่ลุงจะไม่ใช้ตอนนี้ พร้อมย้ำำนักย้ำหนาว่ายังไงก็ห้ามแกะเอาหน้ากากเหรียญอีแปะออก พูดจบก็ไล่ป้าหมุยกลับห้องไป ตัวเองอยู่ๆก็ล้มลุกคลุกคลาน ไอโขลกๆ เขาซมซานเข้าห้องด้านหลัง เอาผงอะไรบางอย่างออกมาทำพิธี "ฝืนทางสวรรค์" จากนั้นก็เอาผงมามวนกระดาษสูบ พ่นควันออกมาเป็นรูปร่างเหมือนเด็กทารก 

หน้ากากเหรียญที่ลุงต้องทนใส่อยู่หลายฉาก

       ตัดฉากอีกรอบ เป็นเสี่ยวปัก เด็กผมขาว เข้าไปเรียกหญิงท่าทางสติไม่ดีว่าแม่ โดยไม่รู้ว่า Siu ho เดินตามหลังมา พอแม่ลูกเห็น Siu ho เข้าก็กลัวพร้อมกับเอาตัวแนบประชิดกับกำแพง เสียงเพลงกุ่ยซานเหนียงดังขึ้นอีกครั้ง "ทิงไจหลองหยัดหยีปั๊ดหยี่นฮอง" Siu ho หันไปเห็นขบวนประหลาดเดินผ่านมา เขาจึงเอาตัวแนบกำแพง ปล่อยให้ขบวนผีเดินผ่านไป

ขบวนประหลาด อาจเป็นเจ้าสาวผี

       ด้านป้าหมุยกำลังจะหลับ ใจพลางก็คิดถึงอดีตตอนลุงตุงยังมีชีวิต ทันใดนั้นเองโลงที่แขวนอยู่ก็ตกกระแทกพื้น ป้าหมุยตกใจตื่น กลับมาที่ฉาก Siu ho กำลังเดินตามสองแม่ลูกที่หนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปที่ห้องไฟฟ้า ขณะที่เขาจะเอาแว่นคืน แม่เด็กก็กำลังจะหาอะไรเตรียมทุบหัว Siu ho อยู่ ก็พอดียามหยินเข้ามาทักได้ทันเวลา ลุงยามเล่าให้ฟังว่าหญิงคนนี้ชื่ออาเฝิง เดิมอยู่ในห้อง 2442 มาก่อน สามีของเขารับติววิชาให้กับแฝดในห้องข้างๆ วันดีคืนดีสามีก็พยายามข่มขืนเด็กสาวฝาแฝดในห้องตัวเอง แต่ก็ถูกเด็กเอากรรไกรแทงตาย เด็กสาวทั้งสองไม่ได้อยู่ในสภาพดีเท่าไหร่ เนื้อตัวมีบางแห่งมีเลือดไหลเยอะเหมือนกัน 

       แฝดสาวตัดสินใจฆ่าตัวตาย ต่อมาอาเฝิงกลับมาที่ห้อง พบสภาพเละเทะในห้อง กับศพสามศพ ก็เลยสติฟั่นเฟือนนับแต่นั้น ตั้งแต่นั้นมาอาเฝิงก็หนีไป นิสัยประหลาดอย่างหนึ่งก็คือเธอต้องกลับมาที่หน้าห้องนี้อย่างน้อยวันละครั้ง ทั้งแม่และเด็กยังชีพด้วยอาหารที่ใช้เซ่นไหว้สารพัดผีในแต่ละวัน Siu ho เห็นจักรยานกองอยู่ข้างห้อง จึงสัญญาว่าจะซ่อมให้ เด็กก็ดีใจมาก

       ป้าหมุยเอาศพลุงตุงมานั่งกินข้าวด้วยกัน ทำอย่างกับว่าเขายังมีชีวิตอยู่ พลางบ่นโน่นนี่ไป ร้องไห้ไป ต่อมาเปลี่ยนฉากเป็นอาจารย์เหยากำลังโกนหนวด หามีดโกนไม่เจอ ก็สาละวนอยู่รอบห้อง สุดท้ายมีดกลับอยู่ที่เดิม ในกระจกจะมองเห็นครอบครัวล้อมวงกินข้าวบนโตีะ ทั้งๆที่ของจริงมันว่างเปล่า มีแต่สำรับและจานชามเปล่าที่จารย์เหยาเตรียมไว้ให้ผีกิน Siu ho มาหาจารย์เหยาที่ห้อง จะมาขอให้ช่วยไล่ผีที่ห้อง 2442 ระหว่างคุยก็เจอผีแสดงฤทธิ์ ทีวีเปิดเอง แผ่นเสียงเล่นเอง Siu ho แปลกใจว่าทำไมห้องเฮี้ยนยังงี้ยังอยู่ได้อีก อารย์เหยาจึงว่าเลี้ยงเขาไว้ไม่เสียหลาย (ผมแอบนึกถึงว่าถ้าเป็นพรตแบบหลิงเจิ้งอิงคงไล่ด้วยวิธีดีๆไปแล้ว เพราะเขามักย้ำเสมอว่าคนกับผีไม่อาจอยู่ร่วมกันได้) 

       อาจารย์เฉไฉไปเรื่อยถึงประวัติตนเอง พูดถึงจานล้อเหล็ก พูดว่าอาเฝิงป่วยจิต ไม่ใช่ผีสิง ถ้าตัวเองกลัวก็ย้ายหนีไปซะ จนกระทั่ง Siu ho เจาะจงถามว่าจะช่วยไม่ช่วย ก็โดนอาจารย์ย้อนเข้าว่ากระทั่งตัวเองยังไม่มีปัญญาช่วย ริจะคิดไปช่วยคนอื่นเหรอ พร้อมหลอกดูข้อมือของ Siu ho ว่ายังตัดใจจากครอบครัวไม่ได้ล่ะสิ ลูกตัวเองวาดนาฬิกาไว้ที่ข้อมือ ตอนนี้หมึกจางหมดแล้ว Siu ho ก็ย้อนว่าถ้าอาจารย์เองยังไม่ทิ้งของเก่าๆสมัยเป็นนักพรตอยู่ล่ะก็แปลว่าตัวจารย์เองยังตัดใจจากการเป็นนักปราบผีไม่ได้เช่นกัน

 กงล้อกระดานเหล็ก

       อาจารย์เหยาก็จนใจ จึงแนะนำวิธีปราบผีให้ พร้อมกับชี้แนะเรื่องยันต์ดำว่านี่เป็นศาสตร์มืด ทำร้ายได้ทั้งผี ทั้งตนเอง แต่เมื่อ Siu ho กลับถึงห้อง ยังไม่ทันจะทำอะไร ก็เจอลุงเก๋าดักสาดเลือด เอาเชือกรัดคอ แปะยันต์ม่วงที่หน้าผาก สวดคาถาเรียกผีให้เข้าร่าง Siu ho อีกครั้ง เกิดการต่อสู้กันระหว่างคนผีสิงกับหมอผี อาจารย์เหยาเป็นห่วงจึงลงมาดู พบว่าหน้าประตูเปื้อนเลือด ภายในมีเสียงโครมคราม ลุงเก๋าถูกอัดหนัก จารย์เหยาจึงเข้าไปช่วย ไล่ผีออกจากร่างได้สำเร็จ

       อาจารย์เหยามองไปรอบๆเพื่อหาผี ลุงเก๋ากลับถอยเข้ามุมมืด ตัวเองเตรียมเชือกย้อมเลือดอาคม หลอกให้ผีจู่โจมอาจารย์เหยา ใช้จังหวะที่ผีเผลอเอาเชือกรัดคอ ลากเข้ามุมมืด ด้านอาจารย์เหยาก็รีบเตรียมเชือกของตัวเอง สองอาจารย์จับผีแฝดมัด ส่งเข้าตู้เสื้อผ้าได้สำเร็จ จารย์เหยาต่อว่าลุงเก๋าว่าหลอกใช้คนเป็นเครื่องมือเรียกผีจับผี ทั้งยังมองว่าที่จริงลุงเก๋าหน้าซีดเหมือนกับว่าตัวเองควรจะตายนานแล้ว พลางบอกให้ลุงเก๋าเผาตู้นี้ทิ้งซะ ลุงเก่าก็รับคำ ทว่าเขาไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น เขาเอาตู้ไปเก็บไว้ที่ห้อง กะว่าจะใช้พลังของผีสาวมาปลุกชีพลุงตุงต่อไป

       Siu ho กลับมาอาบน้ำ นึกถึงเรื่องราวสมัยที่เขากับครอบครัวยังอยู่ด้วยกัน เขาลบรอยเขียนที่ข้อมือออก เสี่ยวปักถามอาเฝิงว่าเมื่อไหร่เราถึงจะกลับบ้านได้ อาเฝิงว่าขอแค่เราแม่ลูกอยู่ด้วยกัน ที่ไหนก็เป็นบ้านได้ ฉากต่อมา Siu ho และลุงยามหยินได้ให้แม่ลูกกลับมาอยู่ห้องเดิมอีกครั้ง แม้ว่าผีแฝดจะไม่อยู่แล้ว แต่อาการทางจิตของอาเฝิงก็ไม่ดีขึ้น ยังคงเห็นภาพหลอนอยู่ เพียงแต่บรรยากาศสว่างขึ้นมาหน่อย

       Siu ho นั่งกินข้าวกับสองแม่ลูก เสี่ยวปักถามว่า "แม่บอกว่าสีขาวเป็นสีที่สวยที่สุด จริงรึเปล่าฮะ?" Siu ho ก็ว่าจริง และทั้ง Siu ho กับเสี่ยวปักก็ไปเล่นด้วยกัน เยี่ยวด้วยกัน ฉากเปลี่ยนมาที่ร้านข้าว อาจารย์เหยาถามว่าทุกคนเป็นอะไรกัน ทำไมมีแต่กลิ่นน้ำมันบางอย่างเต็มไปหมด (ซับอังกฤษบอกว่าเป็นน้ำมันยูคาลิปตัสกับเมนทอล แต่ซับจีนบอกแค่ว่าน้ำมันยา อยากได้กลิ่นแบบเดียวกัน แนะนำให้หาทิฟฟี่รับมาดม) คนในร้านข้าวบอกว่าเปล่า อาจารย์จึงถามอีกว่าทุกคนยังให้ป้าหมุยซ่อมเสื้อผ้าใช่มั้ย เห็นลุงตุงมั่งรึเปล่า คนก็บอกให้ไปถามยามหยินดู อาจารย์หยินจดชื่อลิสต์บางอย่าง ก่อนจะไปคุยกับลุงยาม ยามหยินว่าเห็นอาเฝิงเล่าให้ฟังว่าลุงตุงถูกชายที่มีเด็กตามเยอะแยะฆ่าตาย จารย์เหยาก็ว่าอีีเฝิงมันบ้า เชื่อได้เรอะ ลุงก็เอาฟันที่เจอให้จารย์เหยาดู บอกว่านี่แหละฟันของลุงตุง

       ด้านป้าหมุยกลับไปหาลุงเก๋า บอกว่าทุกห้าทุ่ม ลุงตุงจะลืมตา ถีบโลงออกมา ทำท่าเหมือนกับจะกระโดด ลุงเก๋าว่านี่เรื่องปกติ ป้าเล่าต่อว่าป้อนเลือดอีกาทุกวัน เห็นแต่เล็บกับผมงอกยาว อย่างอื่นไม่เปลี่ยน ถามต่อว่าไอ้วิธีที่คุยค้างกันวันก่อนมันคืออะไรแน่ ลุงเก๋าบอกว่าเขาอยากได้เลือดบริสุทธิ์ของเด็กๆ จะหาให้มั้ยล่ะ อย่าหาเรื่องใส่ตัวดีกว่า ขอแค่ไม่แกะหน้ากากเหรีญออก ทุกอย่างก็ปกติ 

       ขณะที่กำลังคุยกันอยู่ ยามหยินก็เคาะเรียก ลุงเก๋าโผล่หน้าออกไปคุย ยามบอกว่ามีคนมักบ่นว่าแถวนี้มีเด็กเพ่นพ่านเต็มไปหมด ก็เลยมาดูตามหน้าที่ ไม่เห็นมีเด็กอะไรเลย ถ้าเจออะไรก็บอกด้วย ลุงเก๋าว่าแล้วจะบอกให้ กำลังจะปิดประตู แต่ยามหยินรั้งไว้ ผลักเข้าไปเห็นป้าหมุยอยู่ด้วย จึงรีบเข้าไปคุย พลางทำลูกอมหล่นเรี่ยราด บอกว่าเห็นห้องล็อก นึกว่ากลับบ้านไปแล้ว ลุงตุงเป็นไงบ้าง ป้ามุ้ยก็ว่าดีอยู่ พูดจบก็เดินออกจากห้อง อยู่ๆก็มีมือลึกลับมาฉวยเอาลูกอมที่ตกพื้นไป ลุงยามหยินก็สงสัย คุยกับลุงเก๋าว่าได้ยินว่ายังยุ่งกับศาสตร์มืดอยู่นี่ พูดจบก็เอาฟันทองออกมาดู ถามว่าลุงตุงอยู่ไหนกันแน่ ป้าหมุยจึงจัดการฆ่าลุงยามปิดปากด้วยการเอาของทุบหัว

       อาจารย์เหยากำลังดูลิสท์ที่จดมา (เดาว่าน่าจะเป็นลิสท์ยาที่ได้กลิ่นหรือไม่ก็สูตรยาบำรุง) เสี่ยวปักกำลังเดินผ่านห้องอาจารย์ เขาจึงเรียกเสี่ยวปักไปที่ห้องป้าหมุยด้วยกัน เมื่อมาถึงอาจารย์ก็ถามสารทุกข์สุกดิบกับป้าหมุย พร้อมปล่อยเสี่ยวปักเข้าไปในห้อง ตนเองสังเกตอยู่ข้างนอกจนพอใจถึงกลับมา ด้านเสี่ยวปักที่เล่นอยู่ในห้องป้าหมุยอยู่ๆก็อยากเข้าห้องน้ำ ป้าหมุยจึงให้เข้าและปิดประตู ตัวเองยืนพิงประตูไว้ เด็กเห็นสภาพห้องน้ำไฟวับๆแวมๆก็กลัว ในห้องน้ำมีลุงตุงที่กลายสภาพเป็นผีดิบแล้ว ลุกขึ้นมาทำร้ายเสี่ยวปักจนตาย ป้าหมุยที่รู้เห็นเหตุการณ์ได้แต่ร้องไห้

       ขณะเดียวกัน ที่ห้องของจารย์เหยา จู่ๆกงล้อที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษก็ทำงาน ฉากตัดมาที่ป้าหมุยกำลังเย็บผ้าอยู่ โดยมีกองหน้ากากเหรียญวางอยู่ข้างๆ ลุงเก๋ากำลังใช้เลือดเสี่ยวปักทำพิธีอยู่ ทำเสร็จก็คว้าโถเลือดออกไป บรรยากาศภายนอกอพาร์ทเมนต์กำลังอึมครึมด้วยพายุ อาจารย์เหยาเข้ามาดูที่ห้องของป้าหมุยที่เละไปด้วยเลือด เขาถูกมือของลุงเก๋าปิดจมูกไว้ ปล่อยให้ผีดิบลุงตุงโดดออกไปนอกห้อง 

       ลุงเก๋าอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส สารภาพว่าตัวเองพลั้งมือฆ่าลุงตุงโดยไม่ตั้งใจ เดิมทีเขาพยุงลุงตุงขึ้นมา จะพากลับห้อง ลุงตุงตกใจ เกิดการต่อสู้ (แบบยื้อแย่ง ไม่ใช่กังฟู) กันขึ้น แล้วลุงตุงก็พลาดตกบันไดลงมาจากชั้นที่ 24 (อาเฝิงที่แอบอยู่บนชั้นที่ 25 เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด) เขาเล่าต่อว่าที่จริงตัวเองควรจะตายนานแล้ว เขาเป็นมะเร็งปอดขั้นรุนแรง อาศัยบุหรี่จากเถ้าถ่านเด็กที่แท้งมาสูบต่อชีวิตอยู่เรื่อยๆ อาจารย์เหยาก็ว่าไปสืบที่ห้องป้าหมุยแล้ว กลิ่นน้ำมันมาจากห้องป้าชัดเจนเลย เขารู้ด้วยว่าลุงเก่าจะทำลุงตุงเป็นผีดิบ ใช้วิญญาณผีแฝดในการคืนชีพลุงตุง ลุงตุงว่าเดิมทีจะใช้วิญญาณเด็กที่แท้ง แต่พลังไม่น่าจะพอ เลยต้องการวิญญาณแฝดสาว แต่ยังไม่ทันจะทำสำเร็จ ร่างลุงตุงก็หลุดจากการควบคุม กลายเป็นศพคลั่ง พูดจบลุงเก๋าก็สิ้นใจ ตายจมกองเลือด

       อาเฝิงไม่เจอลูกตัวเอง ก็ออกตามหาไปเรื่อย จนมาที่ห้องลุงเก๋า ในมือของอาเฝิงมีกระดิ่งอยู่ด้วย (เดิมกระดิ่งใช้แทนกริ่งเตือนหน้าห้อง) เธอเดินสำรวจจนพบกับตู้ผนึกผีแฝดสาว พอกระดิ่งสั่น ตู้ก็สั่นตาม อาเฝิงนึกว่าเสี่ยวปักอยู่ในนั้น เลยพังตู้ออกดู พบกับความว่างเปล่า แต่ที่จริงผีแฝดสาวแอบหลุดออกมาเงียบๆ อาเฝิงยังคงสั่นกระดิ่งตามหาลูกต่อไป โดยมีหนึ่งในแฝดสาวติดตามอย่างลับๆ

        อาจารย์เหยาบอกข่าวการตายของเสี่ยวปักให้ Siu ho รับรู้ พร้มกับบอกว่าให้รีบออกตามหาอาเฝิงอย่างรีบด่วน ด้านอาเฝิงที่สุดก็พบเสี่ยวปักในสภาพวิญญาณ โปร่งแสง เห็นได้ แต่จับต้องไม่ได้ อาเฝิงแค้นใจมาก ลากไม้ท่อนที่มีตะปูติดแบบนักเลงออกตามหาคนที่ฆ่าเสี่ยวปัก แล้วก็ไปเจอผีดิบลุงตุงเข้า คนกับผีสองฝ่ายเปิดฉากหวดกันไปมา ไม่นานอาเฝิงก็แพ้แรงผี ถูกผีฆ่าไปอีกคน Siu ho โผล่ออกมาพร้อมระเบิดขวด ขว้างไปที่ผีอย่างจัง ไฟลุกท่วมตัวผีได้เพียงครู่เดียว ผีก็กระโดดพลาดไปโดนชั้นวางของ กระสอบข้าวทะลักออกมาดับไฟหมด (น่าจะเป็นข้าวเหนียว เพราะผีหมดแรงแน่นิ่งอยู่)

       ทว่าต่อมาผีแฝดสาวก็ปรากฏตัว เข้าสิงร่างศพของลุงตุง จากผีดิบก็กลายสภาพเป็นผีสิง ขยับมือได้อย่าอิสระ ผีฉวยท่อนเหล็กซัดใส่ Siu ho จนร่างทะลุ เลือดทะลัก Siu ho พยายามดึงดันท่อนเหล็กออก ผีดิบกระโดดจากไปแล้ว ด้านอาจารย์เหยาก็เหลาไม้เกาหลังให้กลายเป็นกระบี่ สวมชุดพรตเหลือง เตรียมยันต์และข้าวของออกเดินหาผี ก็ไปเจอ Siu ho ที่เลือดโซกเป็นทาง Siu ho ถามว่ามีวิธีต่อชีวิตตัวเองให้สู้ต่อได้มั้ย จารย์เหยาว่าไม่มี ถึงมีก็ไม่ให้ทำ แกจะตายแน่ Siu ho บอกว่าตัวเองควรจะตายตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่นี่แล้ว ไหนจะยังติดค้างหนี้ชีวิตอีก  อาจารย์เหยาห้ามเลือดให้ Siu ho เขียนยันต์บนหน้าอก และเอาผ้าชุบเลือดเขียนยันต์บนพื้นระเบียง บอกกับ Siu ho ว่างั้นก็ลองดูหน่อยละกัน แกมีเวลาเพียงแค่ชั่วบุหรี่หมด (แบบไม่ได้ดูด) ตัวเองจะตั้งพิธี ให้ Siu ho สู้กับผีดิบ

       ผีดิบอดีตร่างของลุงตุงไม่ได้กระโดดมาแบบผีกองกอย แต่เกาะผนังโดดมาเหมือนเขียดปาด (สภาพเดียวกับฮันเตอร์ใน Left 4 Dead) อาจารย์เหยาออกแรงกดเวทย์ลงกงล้อกระดานเหล็ก เกิดไฟดับไปทั่วทั้งที่พัก ยกเว้นชั้นที่เกิดการต่อสู้อยู่ Siu hoในสภาพยันต์เต็มร่างเข้าต่อยตีกับผี กงล้อเหล็กเริ่มทำงานโดยมีอาจารย์ออกแรงมือฝืนกดไว้เพื่อไม่ให้กงล้อจบการทำงานเร็วเกินไปนัก เลือดไหลออกจากปลายนิ้วทั้งห้าลงสู่แผงกระดาน กงล้อทำงานโดยอาศัยหลักห้าธาตุ เปลี่ยนสถานที่ให้เป็นไปตามธาตุ ธาตุแรกคือน้ำ ระเบียงอยู่ดีๆก็กลายสภาพเป็นโคลนเหลว ไม่มีผลอะไรมากนัก ฝ่ายผียังคงได้เปรียบ การอัดต่อยของ Siu ho ไม่เป็นผล ซ้ำยังถูกอัดจนล้มลงไปกองอีก

 ยันต์เลือด เขีนได้ขนาดนี้ต้องหมดเลือดเป็นถังเลยล่ะ

       ธาตุต่อไปเป็นไม้ เกิดรากก้านไม้ยิดเกาะไปทั่วสถานที่ Siu ho จับผีกดติดผนัง ปล่อยให้รากไม้ยึด คนกลับเป็นฝ่ายได้เปรียบ ออกแรงเตะกระทืบผีอยู่ฝ่ายเดียว บุหรี่ในมือของอาจารย์เหลือครึ่งหนึ่งแล้ว เขาเตือนให้รีบสู้เข้า ผีดิบสลัดหลุดจากกิ่งไม้มาได้ก็เข้าตบตีคนอีกครั้ง มืออาจารย์ที่กดกระดานเริ่มบิดหงิดผิดธรรมชาติ ก็พอดีกระดานทำงานมาถึงธาตุดิน ผีที่จับ Siu ho จะกระแทกพื้นก็กลายเป็นจมระเบียงดินลงไปแทน มือของอาจารย์เหยาเริ่มจะฝืนไม่ไหว บุหรี่ก็ไหม้ไปจนเหลือไม่ถึงครึ่งเซนต์  

 ฉากต่อสู้ ตอนที่ยังไม่ใส่เอฟเฟกต์

       Siu ho กระโจนขึ้นจากระเบียงดินโคลน เข้าต่อยตีต่ออย่างบ้าคลั่ง บุหรี่ร่วงหลุดจากมืออาจารย์ ตกไปอยู่ที่พื้นท่วมเลือด ชะลอการไหม้ได้อีกหน่อย ข้างฝ่ายผีเริ่มหมดแรง Siu ho ทั้งจับกดทั้งมือต่อย ภาพตัดสลับไปมาระหว่างมืออาจารย์ บุหรี่ไหม้ และฉากต่อสู้ ที่สุดแล้วมืออาจารย์ก็ทนไม่ไหว ถูกกระดานบิดขาดไปทั้งท่อน อาจารย์ขว้างกระบี่ไม้ที่ผูกเชือกแดงไปให้ Siu ho ใช้แทงผี แม้ผีจะอ่อนแรง แต่ก็ยังต้านทานกระบี่ได้อยู่ (แถมทำกระบี่หักอีก) ก็พอดีตะวันสว่าง กระดานทำงานถึงธาตุโลหะ (ทอง) แต่ไม่ีอะไรเกิดขึ้นเลย (บางคนบอกว่าทองแสดงถึงแสงตะวัน) อาจารย์จับเชือกด้านปลาย กระโดดลงจากตึก เชือกอีกด้านยึดติดอยู่กับกระบี่ที่ Siu ho ใช้อยู่ ด้านหนึ่งเขากอดผีไว้ อีกด้านก็ใช้มือจับเชือก ปล่อยให้เชือกลากตัวจนไหลตกตึกไปด้วยกัน 

       ร่างของผีพอโดนแสงตะวันก็ลุกเป็นไฟ กระดานเหล็กยังคงหมุนอยู่ เมื่อไม่มีมือคอยฝืนก็หมุนเร็วกว่าเดิม ไปหยุดที่ไฟซึ่งเป็นธาตุสุดท้าย Siu ho และอาจารย์ตกลงมาอยู่ที่พื้นชั้นล่างสุด แม้ผีดิบจะทรงตัวในตอนตกจากตึกได้ แต่ไฟก็เริ่มลุกทั่วร่าง วิญญาณแฝดที่สิงร่างของผีลุงตุงเริ่มสลาย ป้าหมุยเดินออกมาจากมุมมืด เห็นร่างลุงตุงที่เหมือนสภาพหินแข็งที่แตกร่วน มีไฟลุกอยู่ภายในเหมือนลาวา ร่างสลายจนเหลือแต่ส่วนหัว ป้าหมุยกล่าวบอกว่าจะขอตายไปด้วยกัน พูดจบก็ปาดคอด้วยเศษกระจก ล้มลงทับส่วนหัวของลุงตุง แตกสลายไปด้วยกัน

       ภาพตัดมาแสดงแฝดสาวหันหน้าเข้าหากัน อาจารย์เหยาแขนขาดนั่งสูบบุหรี่ หนังหักมุมด้วยการซูมภาพเหตุการณ์ออกจากดวงตาของ Siu ho ที่แน่นิ่งไปแล้ว ภาพตัดมาที่ Siu ho กำลังย้ายออกจากอพาร์ตเมนต์ เดินผ่านนายเหยาพ่อครัวที่กำลังตัดเล็บ ผ่านลุงยามหยินที่กำลังหลับยาม ลงลิฟท์ที่อาเฝิงในสภาพปกติกำลังคุยกับเสี่ยวปัก เดินผ่านห้องป้าหมุยที่แสดงภาพลุงทุงในโทนขาวดำพร้อมป้ายวิญญาณ ภาพตัดกลับมาอีกครั้งที่ Siu ho ผูกคอตายในห้อง มีนายเหยาร้องเรียกให้คนช่วยเหลือ ฉากต่อมาแสดงเขตห้องดับจิตในโรงพยาบาล มีลุงเก๋าเป็นหมอชันสูตร เปิดตู้เก็บศพของ Siu ho ที่ตายตาไม่หลับ โดยมีลูกชายเขาที่โตแล้วมาระบุตัวตน จบเรื่อง

       ต่อไปจะเป็นส่วนวิจารณ์เรื่องครับ หนังเรื่องนี้ทำออกมาแบบแหวกแนวจากภาคก่อนอย่างมาก ค่าความฮาเป็น 0 ความน่ากลัวใช้ได้เลย เลือดท่วมจอ ความมืดทึม และความจริงจังของเรื่อง มีหลายๆฉากที่ชอบซูมเอาตรงส่วนที่เืลือดออก เผยให้เห็นปากแผลและส่วนเละๆแบบชัดทุกอณูขุมขน มาด้อยตรงตอนจบที่ทำเอาหลายคนชวนมึนมาก ทำไมถึงมีฉากที่ Siu ho ออกจากตึก ควบคู่ไปกับ Siu ho ตาย ผมลองหารีวิวจากคนชาติอื่นๆ บางคนก็งง บางคนก็ว่านี่แหละเรื่องจริงในชีวิต หนังแสดงให้เห็นว่า Siu ho และตัวละครอื่นๆสามารถเลือกทางเดินชีวิตตัวเองได้ แต่ละทางก็ให้ผลต่างกัน (แล้วไอ้นิมิตที่มโนมาทั้งเรื่องนี่มันเฟครึไงกัน?)
       
        บางคนก็ว่าเป็นเพราะ Siu ho ยังไม่อยากสละทิ้งซึ่งความทรงจำสมัยยังเป็นนักแสดงไปได้ ถ้าเลือกได้เขาก็อยากตายอย่างฮีโร่สละชีพ มากกว่าจะตายเพราะแพ้ปัญหาชีวิต ต้นเรื่องก็บอกไว้ ใครบางคนบอกว่าชีวิตของตัวเอกในหนังนั้นมันช่างไร้สาระ ไม่สมเหตุผล แต่ที่จริงแล้ว ชีวิตจริงนั้นมันไร้สาระไม่มีเหตุผลยิ่งกว่า ตอนจบจึงสื่อออกมาแบบนี้ก็เป็นได้ สรุปแล้วส่วนนี้ผมปล่อยให้ตีความกันเอาเองดีกว่า

       ส่วนตัวผมมองว่าฉากกังฟูซึงเป็นจุดเด่นของเรื่องแนวนี้มันมีน้อยไปหน่อย อย่างน้อยๆ Siu ho (ในเรื่องที่เล่าว่าเป็นนักแสดงตกอับ) ก็น่าจะมีพื้นกังฟูจากการแสดงหนังเก่าๆมาบ้าง นี่อัดสะเปะสะปะเลย แต่ก็ชอบที่มีอาวุธสมัยใหม่ (?) อย่างขวดระเบิดไฟมาจัดการผียุคเก่าบ้าง 
       เรื่องที่มาของผีดิบ อันนี้ผมชอบนะ มีหลายๆเรื่องยึดแกนที่ว่าจะชุบชีวิตคนรัก เรื่องนี้ก็แทรกแนวคิดนี้ไว้ส่วนหนึ่ง ป้าหมุยพยายามทุกวิถีทางที่จะนำลุงตุงกลับมาให้ได้ ต่างกับเรื่องในอดีตที่แค่ว่าทำพิธีผิดนิดหน่อย ฝังไม่ถูกเวลา ให้โดนแสงโดนลมก็ลุกขึ้นมากัดคนแล้ว 

       สกอร์เต็มสิบ ผมให้ 7/10 ล่ะ
       แล้วพบกับบทความเวอร์ชั่นปกติได้ในประมาณปลายเดือนนี้ครับ  

    



1 ความคิดเห็น: